10H ไม่ใช่เกรดที่มีอยู่ในมาตรฐานการทดสอบ ค่า "H" บนขวดเคลือบแก้วมาจากการทดสอบความแข็งของชั้นเคลือบด้วยไส้ดินสอ (pencil hardness test) เช่น ตามมาตรฐาน ASTM D3363 ซึ่งชุดดินสอที่มาตรฐานรองรับมีเกรดแข็งที่สุดคือ 9H ไม่มี 10H คำว่า 10H จึงเป็นตัวเลขทางการตลาด ไม่ได้แปลว่าแข็งกว่า 9H ตามมาตรฐานเดียวกัน และต่อให้เป็น 9H จริง ค่านี้ก็บอกแค่ว่าผิวเคลือบทนการขูดของไส้ดินสอได้แค่ไหน ไม่ได้บอกว่าเคลือบจะอยู่ได้กี่ปีหรือกันรอยได้มากแค่ไหน สิ่งที่ควรเทียบจริงคือผลิตภัณฑ์ การเตรียมผิวก่อนเคลือบ การลงเคลือบและการบ่ม การรับประกัน และการดูแลหลังเคลือบ
ค่า 9H คืออะไร มาจากไหน
การทดสอบความแข็งด้วยดินสอเป็นวิธีที่ใช้กับงานสีและงานเคลือบมานาน ผู้ทดสอบดันไส้ดินสอที่มีความแข็งต่างกันลงบนผิวที่ทดสอบในมุมประมาณ 45 องศา เริ่มจากไส้ที่แข็งที่สุดแล้วไล่ลงมาหาไส้ที่อ่อนกว่า จนเจอเกรดที่ไม่ทำให้ผิวเป็นรอยหรือถูกขูดเข้าไป เกรดนั้นคือค่าความแข็งของผิว
เกรดของไส้ดินสอเรียงจากอ่อนไปแข็งแบบนี้
อ่อน ← … 2B · B · HB · F · H · 2H · 3H · 4H · 5H · 6H · 7H · 8H · 9H → แข็ง
มาตรฐาน ASTM D3363 รองรับชุดดินสอที่สูงสุดถึง 9H ดังนั้น 9H คือเกรดบนสุดของสเกลนี้ ไม่มี 10H หรือ 11H ในชุดดินสอที่มาตรฐานกำหนด
9H ไม่ได้แปลว่าแข็งเกือบเท่าเพชร
หลายคนเห็นเลข 9 แล้วนึกถึงสเกลความแข็งของแร่แบบโมส์ (Mohs) ที่เพชรอยู่ที่ 10 ซึ่งเป็นคนละสเกลกัน 9H ในการทดสอบนี้หมายถึงผิวเคลือบทนการขูดของไส้ดินสอเกรด 9H ได้ ไส้ดินสอทำจากกราไฟต์ผสมดินเหนียว แข็งแค่ไหนก็เทียบกับแร่ที่แข็งมากไม่ได้
ตัวเลขบนขวด วัดบนอะไร ภายใต้เงื่อนไขไหน
ผลการทดสอบขึ้นกับหลายอย่าง ทั้งพื้นผิวที่ทาเคลือบ ความหนาของชั้นเคลือบ เวลาที่ปล่อยให้บ่มก่อนทดสอบ และยี่ห้อดินสอที่ใช้ ชั้นเคลือบแก้วบนรถบางมาก ผลที่วัดได้จึงขึ้นกับชั้นสีและแล็กเกอร์ข้างใต้ด้วย บ่อยครั้งฉลากบอกแค่ "9H" โดยไม่บอกว่าทดสอบบนพื้นผิวอะไร ตัวเลขจากต่างยี่ห้อจึงเอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
9H กับ 10H ต่างกันยังไง
ถ้าวัดตามมาตรฐานการทดสอบด้วยดินสอ คำตอบคือเทียบกันไม่ได้ เพราะไม่มีเกรด 10H ให้ทดสอบ ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า 10H อาจใช้วิธีวัดอื่น ใช้ดินสอนอกมาตรฐาน หรือใช้เป็นตัวเลขทางการตลาด
ถ้าเจอฉลาก 10H ให้ถามผู้ขายตรง ๆ 3 ข้อ วัดด้วยวิธีไหน ตามมาตรฐานอะไร และมีเอกสารผลทดสอบให้ดูไหม ถ้าตอบไม่ได้ ก็ไม่ควรให้น้ำหนักกับตัวเลขนั้น หลักเดียวกันใช้กับฉลาก 9H ด้วย ตัวเลขบนขวดไม่ได้รับประกันว่าเคลือบนั้นดีกว่ายี่ห้อที่ไม่ได้เขียนค่า H เลย
ทำไมความแข็งอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเคลือบดีแค่ไหน
- ชั้นเคลือบบางมาก เคลือบแก้วหนาเพียงระดับไมครอน ช่วยลดรอยขนแมวเล็ก ๆ จากการล้างรถได้บ้าง แต่กันสะเก็ดหิน รอยกุญแจ หรือรอยครูดลึกไม่ได้ งานกันรอยจริงจังเป็นหน้าที่ของฟิล์มกันรอย PPF อ่านต่อที่ PPF กับ เคลือบแก้ว ต่างกันยังไง
- อายุเคลือบขึ้นกับการยึดเกาะ ถ้าผิวสีไม่สะอาด หรือมีคราบน้ำมันและคราบแวกซ์ค้างอยู่ตอนลงเคลือบ ชั้นเคลือบจะยึดเกาะได้ไม่ดีและหลุดเร็ว ไม่ว่าจะแข็งแค่ไหน
- ความทนต่อสารเคมีและแดดเป็นอีกเรื่อง คราบนก คราบน้ำกระด้าง น้ำยาล้างรถที่เป็นด่างแรง และแดดจัด ทำให้เคลือบเสื่อม ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าผิวทนการขูดได้แค่ไหน
- การดูแลหลังเคลือบมีผลมาก วิธีล้าง ความถี่ และน้ำยาที่ใช้ ทำให้เคลือบชนิดเดียวกันอยู่ได้นานต่างกัน
เลือกเคลือบแก้ว ควรเทียบ 5 เรื่องนี้แทนค่า H
1. ผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัด
รู้ชื่อยี่ห้อ ชื่อรุ่น และผู้ผลิต ไม่ใช่แค่ "เคลือบแก้ว 9H" ลอย ๆ ถามได้ว่าลงกี่ชั้น และมีเอกสารของผลิตภัณฑ์ให้ดูไหม
2. การรับประกันที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
ดูระยะเวลา เงื่อนไข เช่น ต้องกลับมาตรวจหรือบำรุงตามรอบไหม และอะไรอยู่นอกการรับประกัน การรับประกันที่เขียนไว้ชัดบอกอะไรได้มากกว่าตัวเลข H บนขวด งานเคลือบแก้วที่ Auto Winx รับประกัน 2–5 ปี
3. การเตรียมผิวก่อนเคลือบ
ขั้นตอนนี้ใช้เวลามากที่สุด และมีผลกับผลลัพธ์มากที่สุด ตั้งแต่การล้าง การขจัดคราบฝังแน่นและคราบเหล็ก ไปจนถึงการขัดลบรอยบนสี (paint correction) เคลือบแก้วจะเก็บสภาพผิวสีในวันนั้นไว้ใต้ชั้นเคลือบ ถ้ายังมีรอยขนแมวหรือคราบน้ำอยู่ ก็จะอยู่ใต้เคลือบต่อไป เวลาเทียบราคา ให้ถามว่ารวมการขัดลบรอยระดับไหน
4. การลงเคลือบและการบ่ม
งานที่ดีควรลงทีละแผง เช็ดส่วนเกินให้ทันเวลา และปล่อยให้เคลือบเซ็ตตัวก่อนส่งมอบ หลังรับรถ ช่วงแรกควรเลี่ยงน้ำและการล้างรถตามระยะที่ร้านแนะนำ งานเคลือบแก้วที่ Auto Winx ใช้เวลาประมาณ 4–8 ชั่วโมง
5. การดูแลหลังเคลือบ
ล้างด้วยน้ำยาที่ pH เป็นกลาง เลี่ยงการล้างแบบแปรงหมุน และเอาคราบนกออกให้เร็ว ดูวิธีดูแลแบบละเอียดได้ที่ เคลือบแก้วต้องเติมไหม ดูแลยังไง และถ้ายังลังเลว่าจะเคลือบแก้วหรือใช้แวกซ์ อ่าน เคลือบแก้ว vs แวกซ์ ต่างกันยังไง
| เรื่องที่เทียบ | ค่า H บอกได้ไหม | ควรถามร้านว่า |
|---|---|---|
| ความทนต่อการขูดของไส้ดินสอ | บอกได้ ถ้าทดสอบตามมาตรฐาน | วัดด้วยวิธีไหน บนพื้นผิวอะไร |
| อายุการใช้งาน | ไม่ได้ | รับประกันกี่ปี มีเงื่อนไขอะไร |
| กันสะเก็ดหินและรอยลึก | ไม่ได้ | ถ้าต้องการกันรอยจริงจัง ควรติด PPF ตรงไหน |
| ความเงาและความเรียบของผิว | ไม่ได้ | ราคารวมการขัดลบรอยระดับไหน |
| การยึดเกาะของเคลือบ | ไม่ได้ | เตรียมผิวกี่ขั้นตอน ลงกี่ชั้น |
เคลือบแก้ว 9H ราคาเท่าไหร่
ราคาเคลือบแก้วขึ้นกับขนาดรถ สภาพสี ระดับการขัดลบรอยก่อนเคลือบ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ มากกว่าตัวเลข H บนขวด สองร้านที่เขียนว่า "9H" เหมือนกันอาจราคาต่างกันมาก เพราะงานเตรียมผิวไม่เท่ากัน เวลาเทียบราคาให้ถามว่ารวมขั้นตอนไหนบ้าง ดูโปรโมชันเคลือบแก้วปัจจุบันได้ที่หน้าโปรเคลือบแก้ว หรือส่งรุ่นรถและรูปสภาพสีมาขอใบเสนอราคาฟรีทาง LINE @mr.autowinx
เคลือบแก้วกับ Auto Winx
งานเคลือบแก้วที่ Auto Winx รับประกัน 2–5 ปี ใช้เวลาประมาณ 4–8 ชั่วโมง ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการเคลือบแก้ว ร้านอยู่ที่ 169/3 โครงการ M Park ถนนเลียบคลองสอง เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 9:00–18:00 น. สอบถามหรือนัดคิวได้ทาง LINE @mr.autowinx หรือโทร 095-445-1635
คำถามที่พบบ่อย
เคลือบแก้ว 9H คืออะไร?
9H คือผลการทดสอบความแข็งของชั้นเคลือบด้วยไส้ดินสอ หมายถึงผิวเคลือบทนการขูดจากไส้ดินสอเกรด 9H ได้ ซึ่งเป็นเกรดแข็งที่สุดในชุดดินสอที่มาตรฐาน ASTM D3363 รองรับ ไม่ได้หมายถึงความแข็งระดับแร่หรือเพชร
เคลือบแก้ว 10H แข็งกว่า 9H จริงไหม?
ตามมาตรฐานการทดสอบด้วยดินสอ เทียบกันไม่ได้ เพราะไม่มีเกรด 10H ในชุดดินสอที่มาตรฐานรองรับ ถ้าเจอฉลาก 10H ให้ถามผู้ขายว่าวัดด้วยวิธีไหน ตามมาตรฐานอะไร และมีผลทดสอบให้ดูไหม
เคลือบแก้ว 9H กันรอยขีดข่วนได้ไหม?
ช่วยลดรอยขนแมวเล็ก ๆ จากการล้างรถได้บ้าง แต่กันสะเก็ดหิน รอยกุญแจ หรือรอยครูดลึกไม่ได้ เพราะชั้นเคลือบบางมาก ถ้าต้องการกันรอยจริงจัง ควรใช้ฟิล์มกันรอย PPF
เคลือบแก้ว 9H อยู่ได้กี่ปี?
ตัวเลข H ไม่ได้บอกอายุเคลือบ อายุขึ้นกับผลิตภัณฑ์ การเตรียมผิว การลงเคลือบ และการดูแลหลังเคลือบ ให้ดูระยะรับประกันที่ร้านเขียนไว้เป็นหลัก งานเคลือบแก้วที่ Auto Winx รับประกัน 2–5 ปี
เคลือบแก้ว 9H ราคาเท่าไหร่?
ราคาขึ้นกับขนาดรถ สภาพสี ระดับการขัดลบรอยก่อนเคลือบ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ มากกว่าตัวเลข H ให้ถามว่าราคารวมขั้นตอนไหนบ้าง และขอใบเสนอราคาตามสภาพรถจริง
อ้างอิง: ASTM D3363, Standard Test Method for Film Hardness by Pencil Test (ASTM International) วิธีทดสอบความแข็งของชั้นฟิล์มด้วยดินสอ ที่ผู้ผลิตเคลือบแก้วหลายรายอ้างถึงบนฉลาก